เด็กจนโต
posted on 10 Jun 2008 23:57 by polkienเมื่อกี๊ได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับมังกรมา
แล้วมันนึกถึงสมัยเด็ก
ที่ขอให้พ่อซื้อตัวลูกไดโนเสาร์ในถุงน้ำเลี้ยง(ประสงค์คงมีไว้ตั้งโชว์อย่างเดียวมั้ง) แล้วก็ตื่นเต้นมาก คิดว่าพอเอาตัวข้างในออกมาได้แล้วเราจะจัดท่าไหนให้มันดี
กลับถึงบ้านรีบผ่าถุงน้ำเลี้ยงทันที แล้วก็พบว่าตัวลูกไดโนเสาร์เป็นแค่ยางที่มีท่าทางที่ตายตัว(คือนอนขดในถุง)
น้ำเหนียวและมีกลิ่นเหม็นมาก มีแต่ความผิดหวังที่ว่ามันไม่เป็นอย่างที่คิด แต่ก็ไม่เสียใจ(ตอนเด็กๆนั่น ผมไม่รู้เรื่องราคาอะไรหรอก.... แต่นึกกลับไป ของแบบนั้นมันน่าจะราคาแพงพอดู...)
ถ้าเป็นตอนนี้ ถ้าผมเห็นเด็กคนนึงพยายามทำแบบผมในอดีต ผมคงห้ามเขา แล้วบอกว่ามันเป็นยังไง
แต่ถ้าย้อนกลับไป ถ้าผมบอกกับตัวเองสมัยเด็ก ผมเองก็คงจะไม่เชื่อแล้วทำต่อไป
ตัวผมในตอนนี้จะรู้สึกเสียดายของอย่างมากที่โดนเอาไปลดมูลค่าจนแทบจะเป็นศูนย์แบบนั้นแล้วนึกโมโหใจ
แต่ตัวผมในอดีตจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย แล้วสุดท้ายก็เอาไปทิ้ง
ตอนเด็กๆนี่ดีเนอะ มีความสุขมากกว่านั่งเครียด ไม่รู้จะคิดอะไรเพราะคิดอะไรไม่ค่อยจะเป็น ทำอะไรก็ทำไปตามที่คิดว่าต้องการจะทำ อยากให้เป็นแบบนี้
พอโตขึ้นมา ได้เรียนได้รู้ มีประสบการณ์ชีวิต แต่ก็เพราะอย่างนั้น ถูกเหตุผลค้ำคอจนบดบังจินตนาการไปจนหมด บางทีเรื่องง่ายๆยังคิดแล้วคิดอีกกว่าจะหาทางออกได้ ในขณะที่ตอนเด็กๆ มองอะไร ก็ทำไปแบบตรงๆ สุดท้ายทุกอย่างก็จะคลี่คลายเอง
ตอนเด็กๆ ผมมีความฝันที่แน่วแน่มาก คืออยากเป็นนักเขียนการ์ตูนแก๊ก(แบบขายหัวเราะนั่นแหละ) ผมติดการ์ตูนแนวนี้มากๆ แล้วก็มีพี่ต่าย(ผมควรเรียกว่าพี่ดีไหม ฮา)เป็นนักเขียนในดวงใจ ติดมากจนวันๆคิดแต่เรื่องตลก แล้วก็นั่งหัวเราะก๊ากคนเดียว
ผมหัดวาดรูปมาตั้งแต่อนุบาล เพราะชอบดราก้อนบอลและไยบะ แต่ผมก็ไม่เข้าใจคำว่าการ์ตูนเท่าไหร่ บางทียังคิดว่าตัวการ์ตูนนั่น จริงๆแล้วเป็นคนแสดงซะอีก แล้วผมก็พยายามวาดดราก้อนบอลแบบ เรียลๆลงในสมุดศิลปะหน้าว่างตอนอนุบาลสอง ผมรู้สึกว่ามันเจ๋งมาก เรานี่สุดยอดจริงๆ(อนาถโตมั่ว และนิ้วมือที่เต็มไปด้วยร่องรอยยับ) แล้วผมก็มักจะได้รับคำชมเรื่องเกี่ยวกับศิลปะจากครูอนุบาลบ่อยๆ(จำได้ว่าชื่อคุณครูยินดี)
โตขึ้นมาหน่อย สมัยนั้นมีนิตยสารคุณค่า ที่แฝงไปด้วยสาระความรู้และความสนุกสนาน(บางเล่มที่ยังอยู่ผมอ่านดูยังชอบเลย) ตัวการ์ตูนจะออกไปแนวตะวันตกสำหรับเด็ก ตัวละครที่เป็นมนุษย์น้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นตัวประกอบ ตัวเด่นมีไม่กี่ตัว(นอกนั้นเป็นสัตว์ล้วนๆ) แล้วผมก็หันมานั่งวาดตามดูบ้าง ก็มีหลายๆคนชมว่าเหมือนดีนะ ก็ยิ่งมีกำลังใจ อยากจะวาดการ์ตูนเป็นอาชีพไปเลย
จากนั้นชีวิตมันเริ่มเปลี่ยน นิสัยก็เริ่มเปลี่ยน ประมาณว่าเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ เริ่มดูถูกงานของเพื่อนโดยที่ว่าตัวเองวาดรูปเก่งที่สุดในระดับ(ตอนนั้นยังประถมอยู่เลย)
แต่นั่นมันกลับทำให้ผมวาดห่วยลงเรื่อยๆ เพราะยึดติดกับการวาดของตัวเองที่คิดว่าเจ๋งจริงๆ จนป.6เพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดก็เทียบฝีมือพอๆกับผมแล้ว(แต่ในตอนนั้นผมยังไม่ยอมเปิดใจแล้วเอาแต่ตำหนิงานของเขา)
แล้วผมก็กลายเป็นคนที่มีแต่จินตนาการ ที่นำเสนอออกมาไม่ได้ ผมวาดตามที่ใจคิดไม่ได้ เพราะเหตุผลนู่นนี่ ที่ผมเคยวาด ที่เคยมั่นใจ
แต่ไม่นานก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้วลองเปลี่ยนไปวาดแบบอื่นดู พยายามลองวาดตามแบบของการ์คูนหลายๆเรื่อง จนม.1ผมก็พยายามลอกเส้นเรฟ(แต่ไม่เหมือนเลยซักกะติ๊ด แถมยังโดนว่าลอกROอีก.....มันเหมือนตรงไหนวะ="=)
เมื่อก่อนผมวาดตาเล็ก แล้วก็เริ่มหันมาวาดตาโต แล้วก็ตาโตตลอด วาดกี่ทีก็มีแต่ความคิดที่ว่า "ต้องตาโตๆเข้าไว้" เหมือนตีกรอบให้ตัวเองวิ่งอยู่แต่ในนั้น ตาเล็กคือลบ แล้วใส่รายละเอียดวาววับของตาจนโอเว่อร์ แล้วก็บอกว่านี่แหละดีแล้ว และเริ่มไม่ฟังเสียงใคร ในเวลานั้นผมไม่ได้มั่นใจในฝีมือของตัวเองเหมือนเก่าแล้วเพราะได้เจอกับคนที่มี"ฝีมือจริงๆ" ซึ่งยิ่งวาดก็ยิ่งท้อ ยิ่งโดนดูถูกยังกะกรรมมันตามสนองมา ภาพส่วนใหญ่ที่ผมวาดเลยกลายเป็นภาพวาดเล่นที่ไม่ค่อยจะเสร็จทุกครั้ง(และใช้กระดาษเปลือง วาดนิดเดียวก็เปลี่ยนหน้าแล้ว)
เริ่มวาดรูปด้วยความเบื่อหน่าย และหันไปทำอย่างอื่นมากกว่า เริ่มคิดว่างานแบบนี้ไม่เหมาะกับเราหรอก แต่ไม่ว่าจะทำอะไรอย่างอื่นมันก็ไมได้เรื่องอยู่ดี สุดท้ายก็คิดว่า นี่แหละที่เราทำได้ดีที่สุด...
จนกระทั่งได้มาเจอสังคมคนวาดรูปในเน็ทนี่แหละ ผมถึงกลับมาให้ความสำคัญกับมันอีกครั้ง แล้วเพราะหันไปทำอย่างอื่นมาเสียนาน พอกลับมาวาดครั้งนี้มันเลยไม่เหมือนกับเมื่อก่อน ผมพยายามสลัดคราบเดิมออกไปให้หมด งานแนวเดิมผมเลิกวาดโดยสิ้นเชิง
น่าเสียดายเวลาที่เสียไปแบบไร้ค่า มีคนบอกว่าผมพัฒนาดีนะ แต่จริงๆผมน่าจะทำได้ดีกว่านี้ถ้าไม่มัวยึดติดกับงานเดิมๆของตัวเอง
แต่ยังไงก็ยังคิดว่างานตัวเองไม่มีเอกลักษณ์ และไร้พัฒนาเอาซะเลย รู้สึกว่างานของตัวเองถ้าคนอื่นมาดูไม่เห็นลายเซ็นก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นงานของเรา วาดแต่ละทีไม่เหมือนกันซักที เดี๋ยวดีเดี๋ยวแย่
ขอบคุณบอร์ดRCที่ทำให้ได้รู้จักกับบอร์ดOSที่พาไปพบกับกลุ่มคนนี้ งานของทุกคนสร้างแรงบันดาลใจให้ผม จนมาถึงบอร์ดนิชี่(Nishiki)ที่เหมือนเป็นบ้านหลังสำคัญ ที่ให้ได้รู้จักคนที่มีฝีมืออย่างเฮียแป๋ง บาคมี๊ บลีสจี้ เฮียเหมา และคนอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึง(ขอโทษด้วยครับ) ได้วาดรูปด้วยกัน แลกเปลี่ยนความรู้ ดูดสกิลในOC(เมื่อก่อนผมเกลียดOCมากเลยนะ=w="""เดี๋ยวนี้ถ้าใช้อย่างอื่นนอกจากOCนี่จะง่อยแล้ว)
เรื่องบางเรื่องที่คิดว่ามันไม่ยาก เราก็ทำได้ แต่พอลงมือจริงๆมันกลับทำไม่ได้ ถามตัวเองว่าทำไม ทำไม ทำไม
มัวแต่ติดกับความเชื่อเดิมๆของตัวเอง ถึงได้ทำไม่ได้ ความคิดที่ยิ่งเติบโตก็ยิ่งไร้อิสระ ผมคิดให้ได้อย่างตอนเป็นเด็กแทบไม่ได้เลย(แต่ตอนเด็กผมไม่ได้มองโลกในแง่ดีนะ=w="" ชอบคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์คนเดียวในโลกแล้วนอกนั้นเป็นปิศาจปลอมตัวมา=w=""""แล้วก็ชอบคิดว่าตอนนอนกลางวันอนุบาล คุณครูยินดีจะแปลงร่างเป็นผีมาไล่กินประจำ)
ตอนนี้ ผมพยายามบอกใครๆอย่ากำหนดอะไรที่มันตายตัว เพราะมันจะทำให้จินตนาการเราตัน แต่อย่างนั้นผมเองก็ยังทำไม่ได้เลย(ฮา) ชอบมองอะไรที่ว่า "มันเป็นอย่างนี้นะ ฉะนั้นต่อไปจะต้องเป็นแบบนั้น แบบนั้น และแบบนั้น"
ผมชอบตอนเด็กๆของผมอย่างนึงนะ คือผมสงสัยอะไรจะไม่ถาม แต่ก็เก็บไปเข้าใจเองคนเดียว(อย่างแก่แดด เคยเชื่อว่าหมายถึงเด็กที่ชอบกินกับเยอะกว่าข้าวมากๆ=w=""""""""""แต่ก็ไม่เคยบอกใครจนมาเข้าใจความหมายเองจริงๆนะ) อะไรที่ไม่เข้าใจก็จะคิดอะไรที่ใกล้เคียงๆไว้ก่อนแต่โตมาก็รู้เองว่าอะไรถูกอะไรผิด(เหมือนพวกฟอร์มไม่ชอบแสดงความโง่ให้ใครรู้เลยแฮะ) แต่มันก็ดีตรงที่ผมเข้าใจถูกมากกว่าเข้าใจผิด แล้วมันทำให้ผมเป็นพวกไม่ชอบถาม ผิดจากตอนนี้ ที่ไม่เข้าใจอะไรก็จะไม่เข้าใจเด็ดขาด ต้องอธิบาย ต้องได้ทดลอง ไม่งั้นก็ไม่เข้าใจ
(ส่วนตัวผมว่า เด็กที่เอาแต่ถามมันน่ารำคาญจะตายชัก....อาจเพราะตอนเด็กๆกว่านั้นผมเคยเอาแต่ถามพ่อแล้วโดนตบหัวทิ่มจนฝังใจโดยไม่รู้ตัวก็ได้มั้ง ...ฮา)
ก็รู้สึกชอบคำคำนึงที่โรงเรียนสมัยประถมติดไว้ประมาณว่า "ผู้คนที่อยู่บนสวรรค์ ก็มีนิสัยคล้ายกับเด็ก"(จำข้อความเต็มจริงๆไม่ได้หรอกนะ=w="") เมื่อก่อนคิดว่าถ้าเป็นแบบนั้นคงวุ่นวายน่าดู แต่พอโตขึ้นมาแล้ว
นิสัยแบบผู้ใหญ่แม่งวุ่นวายกว่าเยอะ!!!
(เพราะเด็กมันคงไม่ก่อม็อบ ไม่ขูดรีด ไม่โกงกิน ไม่นินทา ไม่ใส่ความ หรอกมั้ง.... อ้อ ยกเว้นพวกเด็กที่ชอบพูดคำว่า "เหี้ย" ตามร้านอินเตอร์เน็ทคาเฟ่นะ=w=" พวกนี้ความเกรียนมันซึมซับประทับจิตไปแล้ว=w="")
เพราะอ่านเรื่องมังกรแท้ๆ นึกไปถึงเรื่องแบบนี้ซะได้=w=""""""(ฮา ความสามารถส่วนบุคคลจริงๆ)
edit @ 21 Jun 2008 02:31:06 by !/P๏lkien\!กระจกรัตติกาล
![~||[บล๊อกของจินนี่ ]||~](http://i85.photobucket.com/albums/k51/jamaru_CG/Banner.jpg)
![~||[ พี่เล้ง โฮมเพจ ]||~](http://img.photobucket.com/albums/v405/lylac/webstuff/lylacdb_banner.jpg)